รณรงค์ส่งเสริมให้ใช้ถุงผ้าทดแทนถุงพลาสติกลดสภาวะโลกร้อน

รณรงค์ส่งเสริมให้ใช้ "ถุงผ้า  กระเป๋าผ้า ถุงผ้าลดโลกร้อน" ทดแทน ถุงพลาสติกเพื่อลดสภาวะโลกร้อน 

  เมืองกรุงเทพมหานคร  เมืองที่สร้างขยะมากถึง 9,900 ตัน/วัน  เพียงหนึ่งคนสร้าง

 ขยะ 1.53 กก./วัน   ใช้คนเก็บขนขยะ 10,221 คน หรืออาจจะมากกว่านั้น

 

         ประชากรในกรุงเทพมหานครมีจำนวน 8.9 ล้านคนหรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ยังไม่รวมประชากรที่มาจากต่างจังหวัด และแรงงานต่างด้าว  เป็นเมืองที่มีประชากรมากอันดับ 1 ในของประเทศ  และเป็นเมืองขนาดใหญ่เมืองหนึ่งของโลก และผลิตขยะมูลฝอยมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีปริมาณขยะมูลฝอย  จากการเก็บสถิติ  เดือนตุลาคม 2556 ถึง พฤษภาคม 2557 รวม 2,356,421.51 ตัน คิดเป็นร้อยละ 20 ของมูลฝอยทั่วประเทศไทย

         เฉลี่ยได้แล้วประชาชนในกรุงเทพมหานคร  ทิ้งและสร้างขยะมูลฝอย 1.53 กิโลกรัม / คน /วัน มีปริมาณขยะเฉลี่ย 9,900 ตันต่อวัน ใช้บุคลากรในการเก็บขนทั้งสิ้น 10,221+++ คน  แบ่งเป็นพนักงานขับรถ 2,577 คน และพนักงานเก็บขนมูลฝอย 7,644 คน มีหน้าที่จัดการขยะของกรุงเทพมหานคร ทั้งหมด ตั้งแต่การจัดเก็บรวบรวมจากถังขยะในที่สาธารณะและจากครัวเรือนทั้ง 50 เขต ใน กรุงเทพมหานคร

           

      ปรากฏการณ์สำคัญของโลกที่เรียกว่า ภาวะโลกร้อน  คนทั่วไป คงรู้จักกันพอสมควรแล้วดังนั้น ถุงผ้า ,กระเป๋าผ้า เกี่ยวข้องกันอย่างไร 

          ประเทศไทยต้องเผชิญ กับ อากาศหนาวจัดบ้าง ภาวะแล้งจัดบ้าง ในหลายปีที่ผ่านมาและในปัจจบัน   ขณะที่ภาคกลางโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก  ภาคใต้ประสบกับพายุที่รุนแรงขึ้น  ปัญหาน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย อันเนื่องมาจากนำ้แข็งขั้วโลกเหนือกำลังละลาย ทำให้นำ้ทะเลสูงขึ้น อันเนื่องมาจาก สภาวะของโลกที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ

            ประชากรบนโลกควรตระหนัก และให้ความสำคัญอย่างมาก   ลดและเลิกการเผาผลาญเชื้อเพลิงและปล่อยก๊าซคารบอร์ไดออกไซด์ลงให้มากที่สุด  เพื่อชะลอให้โลกเราเย็นลงในชีวิตประจำวันเราสามารถช่วยโลกได้เพียงแค่เลิกใช้ถุงพลาสติกหันมาใช้ ถุงผ้าและกระเป๋าผ้ากัน 

           ถุงพลาสติก ที่ใช้กันเพื่อสำหรับใส่และรองรับสินค้าและอาหาร   ผลิตจากเม็ดพลาสติก จากโรงงานอุตสาหกรรม ปิโตรเคมี ที่ใช้เพลิงฟอสซิลเป็นวัตถุดิบการผลิตถุงพลาสติกสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ในปริมาณมาก(เป็นสารเคมีที่ได้จากน้ำมัน) และด้วยต้นทุนที่ต่ำ เมื่อนำมาใช้จะมีอายุการใช้งานสั้น และส่วนใหญ่เป็นการใช้เพียงครั้งเดียว โดยเฉพาะถุงขนาดเล็กและบางถุงที่ผ่านการใช้งานแล้วและถูกนำไปทิ้งจะเป็นภาระในการเก็บขน และจัดการเป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณลักษณะที่เบาบาง และมีปริมาณมากปะปนกับมูลฝอยประเภทอื่นๆ จะทำให้การย่อยสลายมูลฝอย เป็นไปได้ยากมากยิ่งขึ้น ถ้าเราเลิกใช้ถุงพลาสติก หันมาใช้ ถุงผ้า ,กระเป๋าผ้า  สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย

         

          ต้นเหตุสำคัญของสภาวะโลกร้อน 100% มาจากฝีมือมนุษย์  ผลิตและ สร้างอุตสาหกรรมเผาผลาญเชื้อเพลิง ส่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ – CO2 ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมากเกินความสามารถของโลกที่จะสะท้อนความร้อนจากพื้นโลกออกไปนอกโลกได้ทัน ผลคือ เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศอย่างรุนแรงทั่วโลก ซึ่งล้วนแต่เป็นผลกระทบระดับมหันตภัยทั้งสิ้น เราควรเริ่มจากสิ่งเล็กๆใกล้ตัวเรา คือเลิกใช้ ถุงพลาสติก หันมาใช้ ถุงผ้า , กระเป๋าผ้า  

          ทำไมการใช้ถุงพลาสติก ถึงทำให้โลกร้อนขึ้น อธิบายได้ว่า   ยิ่งมีการใช้ถุงพลาสติกมากเท่าไหร่ ปริมาณ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศโลก จากการเผาไหม้ในกิจกรรมการผลิต และเผาทำลายถุงพลาสติกก็จะยิ่งสูงมากขึ้น ตามมาด้วยปัญหามากมายจากมลพิษ ที่ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดถ้า ทุกคน หันมาใช้ ถุงผ้า , กระเป๋าผ้า

          ถุงพลาสติกมีผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งถุงพลาสติก 1 ใบ ต้องใช้เวลาย่อยสลายถึง 450 ปีหากนำไปเผาก็จะทำให้เกิดสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งทำให้เกิดมลภาวะทำให้โลกร้อน และการใช้ถุงผ้าจะช่วยลดการปนเปื้อนของสารก่อมะเร็ง และหากทุกคนหันมาใช้ ถุงผ้าและกระเป๋าผ้าเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน จะช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกได้มากกว่า 300 ล้านถุง/ปี

          ทั้งนี้ ปัจจุบัน ประเทศไทย (กันยายน 2550 ) กรุงเทพมหานคร จัดเก็บขยะมากถึง 85,00 ตัน/วัน เป็นถุงพลาสติกถึงร้อยละ 21 หรือ 1,800 ตัน/วัน ดังนั้น หากเปลี่ยนมาใช้ถุงผ้าแทน จะช่วยลดค่าใช้จ่ายการเก็บขยะได้วันละ 1.78 ล้านบาท/วัน หรือคิดเป็น 650 ล้านบาท/ปี  สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดหากทุกคน หันมาใช้ ถุงผ้า , กระเป๋าผ้า กันมากขึ้น

     

      ถุงพลาสติกคืออะไร


          • ถุงพลาสติกคือสินค้าที่ผลิตมา น้ำหนักเบาในปี 1960  ซึ่งผลิตมาจาก เซลลูลอยด์  ที่สังเคราะห์ขึ้นมา 
          • ถุงพลาสติกเป็นของใช้ยอดนิยมของคนทั่วโลก ในปัจจุบัน มียอดการใช้ 7 แสนล้าน ถึงล้านล้านใบต่อปี หรือเฉลี่ยทุก 1 นาทีมีการใช้ถุงหิ้วอย่างน้อย2 ล้านใบ
          •  และจำนวน 7 แสนล้านใบนี้ ต้องใช้พลังงานการผลิตจากน้ำมันจำนวนมหาศาล

             การเปรียบเทียบ คือ พลังงานที่ใช้ผลิตถุงพลาสติก 8.7 ใบ สามารถเปลี่ยนไปเป็นน้ำมันให้รถวิ่งได้ไกล 1 กิโลเมตร
          • ถุงพลาสติกเป็นของใช้ที่มีอายุการใช้งานสั้น พร้อมเป็นขยะทันทีหลังการใช้ แต่ใช้เวลาในการย่อยสลายนานถึง 450 ปีเป็นอย่างน้อย
          •  ถุงพลาสติกหูหิ้ว แม้จะเป็นชนิดที่นำไปรีไซเคิ้ลได้ แต่ปัจจุบันมีการนำกลับไปรีไซเคิ้ลน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนที่ผลิตออกไป จากการสำรวจพบว่าทุกตารางกิโลเมตรทั่วโลกจะมีขยะพลาสติกราว 46,000 ชิ้น
          • ทุกปีผู้คนจับจ่ายซื้อของทั่วโลกใช้ถุงพลาสติก 10,000 ล้านใบต่อปี ซึ่งจะต้อง ใช้เวลา ย่อยสลาย นานกว่า 1,000 ปี
          • ถุงพลาสติก 1.6 ล้านใบ นำไปเรียงเป็นเส้นรอบวงโลกได้ 1 รอบ
          • ทุก 1 ตารางไมล์ จะพบถุงพลาสติก 46,000 ใบลอยในมหาสมุทร ซึ่งส่งผลให้แต่ละปีมีนกทะเลตาย 1 ล้านตัว และสัตว์ทะเลอื่นๆจำนวน 100,000 ตัว และปลาอีกนับไม่ถ้วน
          • แต่ละปีมีเต่าทะเล และสัตว์น้ำจำนวนมาก ตายจากการกินพลาสติก เพราะคิดว่าเป็นอาหาร เช่น แมงกะพรุน
          • ถุงพลาสติกที่คนไทยใช้ในหนึ่งปีนั้น ถ้าเอามาต่อกัน จะได้เป็นระยะทางเท่ากับ เดินทางไปกลับดวงจันทร์ 7 รอบเลยทีเดียว  ขนาดนั้นเลยเหรอนี่

ปัญหาจากการใช้ถุงพลาสติก

          ประโยชน์เพียงเล็กน้อยในช่วงเวลาสั้นๆ ของถุงพลาสติกได้ทำให้เกิดโทษต่อระบบนิเวศและชีวิตของผู้บริโภคต่อเนื่อง กว้างขวางและยาวนานในแต่ละสัปดาห์ คนไทยนำถุงพลาสติกกลับบ้านมากกว่า 100 ล้านถุง หรือมากกว่า 5000 ล้านถุงในแต่ละปี การนำถุงพลาสติกไปใช้ซ้ำอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนอย่างมากโดยเฉพาะการใช้ถุงพลาสติกใส่มูลฝอยจะทำให้เกิดการแปรสภาพมูลฝอยในภาวะที่ขาดอากาศเป็นผลให้เกิดก๊าซชีวภาพที่เป็นต้นเหตุของการเกิดภาวะเรือนกระจก และทำให้โลกร้อน

       ถุงพลาสติกมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งทางตรงและทางอ้อม
  •  ผืนดินเทื่อมโทรมลงทุกวัน 
  •  น้ำเน่าเสีย สิ่งมีชีวิตในน้ำได้ผลกระทบ
  •  เป็นมลพิษ ต่อ สิ่งมีชีวิตทั้งในน้ำและบนบก ทั้งทางตรงและทางอ้อม 
  •  สาเหตุสำคัญของการเกิดสภาวะเรือนกระจกหรือสภาวะโลกร้อน
  •  มีสารพิษอันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง
  •  ระบบนิเวศเสียหาย 
  •  เป็นขยะที่ย่อยสลายได้ยาก ใช้เวลาหลายร้อยปี
  •  ทำลายระบบสภาวะแวดล้อม

          การผลิตและนำออกมาใช้มีปริมาณมากและต่อเนื่อง ขณะที่การย่อยสลายต้องใช้เวลายาวนานทำให้เกิดการสะสมปริมาณถุงพลาสติกเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อลดและป้องกันปัญหาหลากหลายที่เกิดจากถุงพลาสติก จำเป็นต้องลดการใช้ ด้วยการใช้ทางเลือกในการรองรับและขนส่งสินค้าและอาหาร แทนการใช้ถุงพลาสติก เช่นการใช้ถุงผ้า หรือวัสดุอื่นที่ย่อยสลายได้ และสามารถใช้ได้ยาวนาน ผู้บริโภคจะสามารถมีส่วนร่วมในการจัดการมูลฝอย และลด-แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้ถุงผ้า



           การลดการใช้ถุงพาสติกทำได้อย่างไร

          ถุงพลาสติกย่อยสลายได้ยากมาก และ ใช้เวลา 400-500ปี ในการย่อยสลาย 

             การกำจัดถุงพลาสติกนั้น มีอยู่ 2 วิธี หลักๆคือ

          1.  การฝัง ต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ และพื้นที่นั้นจะไม่สามารถนำมาใช้ประโยชได้อีกเลย

          2.  การเผา    ก็จะมีก๊าซพิษออกมาด้วยจากควัน  แต่แม้ว่าจะเผาไหมสมบูรณ์ก็จะมีก็าซ คาร์บอนไดออกไซด์ ที่เป็นก็าซเรือนกระจก มีคุณสมบัติอมความร้อน ไปปกครุมอยู่รอบโลก ทำให้โลกร้อนขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการเผาไหมก็ไม่มีทางที่จะสมบูรณ์ 100% ได้ ทำให้มีทั้งก๊าซพิษ และก๊าซเรือนกระจก

          จะกำจัดอย่างไร อย่างไรก็เป็นผลเสียทั้งนั้น พวกเราต้องช่วยกัน ลด งด ใช้ถุงพลาสติก โดยการ

          1. นำถุงผ้า หรือพาชนะไปใส่ของแทน แล้วก็พูดว่า "ไม่ต้องถุงก็ได้"  ตัวอย่างเช่น จะไปตลาดก็เอากระเป๋าผ้าและกล่องใส่อาหาร ไปใส่ของแทน ไปซื้อกับข้าวก็เอาปิ่นโตไปแทน ไม่ต้องเอาถุงพลาสติกทุกชนิดนะจ๊ะ

          2. ใช้ถุงกระดาษ อย่างเมืองนอกเวลาเราดูหนัง เขาซื้อของกลับมาบ้าน อุ้มถุงกระดาษเข้ามา ก็เพราะเขาไม่ต้องการใช้ถุงพลาสติกที่ย่อยสลายยากนั้นเอง ยังไงใช้ถุงกระดาษก็ยังดีกว่านะ อันนี้ก็ต้องขอความร่วมมือจากพ่อค้า แม่ค้า และห้างใหญ่ๆด้วย

          3. ใช้ถุงพลาสติกแบบย่อยสลายได้ ถุงแบบนี้ความจริงมีมานานแล้ว  ถุงพลาสติกแบบนี้จะผสมสารย่อยสลาย ซึ่งก็จะแทรกตัวอยู่ในโมเลกุลของเม็ดพลาสติก สารย่อยสลายนี้เมื่อเจอกับแสดงแดดก็จะทำปฏิกิริยากับเม็ดพลาสติก ให้โมเลกุลแตกสลาย ถุงแบบนี้จะใช้เวลา 1 ปีในการย่อยสลาย โดยจะเห็นได้ว่า ความเหนียวของถุง จะลดลงเรื่อยๆ จนไม่เหลือเลย



มาตรการควบคุมการใช้ถุงพลาสติกในต่างประเทศ

          จากความร้ายแรงของภัยถุงพลาสติก ทำให้หลายๆ ประเทศมีมาตรการคุมกำเนิดถุงพลาสติกกันอย่างจริงจัง จนส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดี เช่น

          • การประกาศห้ามใช้ถุงพลาสติกในบังกลาเทศ และออสเตรเลีย
          • การเก็บภาษีถุงพลาสติกในไอร์แลนด์
          • การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมถุงพลาสติกของไต้หวัน
          • การแขวนการ์ดไว้ที่แคชเชียร์ของห้างใหญ่ในเมืองฮิโรชิม่า ที่ญี่ปุ่น ถ้าลูกค้าไม่ต้องการถุง ก็ยกการ์ดขึ้น แล้วจะได้รับแต้มสะสมเพื่อสิทธิประโยชน์จากทางห้างต่อไปด้วย
          • ที่สิงคโปร์ ร่วมกันรณรงค์ โดยกำหนดให้วันพุธแรกของเดือนเป็นวันพกถุงช้อปปิ้ง หากไม่ได้เตรียมถุงไปก็ต้องจ่ายเงินเป็นค่าถุง ใบละ 0.1 เหรียญสิงคโปร์ หรือ 2.50 บาท
          • ซานฟรานซิสโก ออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติก นับเป็นเมืองแรกของอเมริกา ประเทศที่ถือเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากที่สุด 
          • การประกาศตัวเป็นเมืองปลอดถุงพลาสติกของเมืองลีฟเรปิดส์ ในแคนาดา ผู้ฝ่าฝืนจะต้องถูกลงโทษเป็นค่าปรับหนักๆ คิดเป็นเงินไทยมากถึง 30,200 บาท
          • ส่วนในบ้านเรายังเป็นการรณรงค์ในลักษณะประปราย ที่เคยจัดกิจกรรมรณรงค์ครั้งใหญ่ๆ ก็เมื่อช่วง 2-3 ปีก่อน จากนั้นกระแสก็ซาไป และกลับมาคึกคักอีกครั้งในปีนี้ และที่น่าจะเป็นความหวังคือการพัฒนาวัสดุทดแทน “พลาสติกชีวภาพ” (bioplastic) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการศึกษา ไม่แน่ว่าบ้านเราอาจจะมีพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ พร้อมๆ กับที่ฝรั่งเศส ซึ่งออกกฎระเบียบให้เริ่มใช้พลาสติกชีวภาพ ในปี 2553

          ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นทั้งแนวคิด และแรงกระตุ้นให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ในบ้านเรา ทั้งภาครัฐ และเอกชน โดยเฉพาะซุปเปอร์สโตร์ข้ามชาติที่มีสาขาทั่วประเทศ และกำลังซื้อจากลูกค้ามหาศาล ร้านสะดวกซื้อขนาดย่อมที่กระจายอยู่แทบทุกซอยในกรุงเทพ และตัวเมืองของทุกจังหวัด จับมือกันสร้างกระแสนี้ให้เป็นจริงในเมืองไทย

            เริ่มต้นจากเรา และสังคมของเรา  ประเทศชาติของเรา และโลกของเราที่ดีกว่าเดิม

 

รวบรวมบทความ ขอบคุณสำหรับบทความดีดี

งาน "ถุงผ้า, กระเป๋าผ้า " สั่งสินค้าคลิ๊ก www.shirtandbag-product.com

 

ส่งรายละเอียดงาน "ถุงผ้า, กระเป๋าผ้า "  ได้ที่ E-mail:shirtandbags@gmail.com

    

 

Visitors: 580,904